สัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์ปิดท้ายของการเรียนวิชา BCS 232 เพราะ สัปดาห์หน้า จะเป็นการ Present งาน เกี่ยวกับ Blog ของแต่ละกลุ่ม สัปดาห์นี้ นับว่า สำคัญมากๆๆๆๆๆ เพราะนอกจากเนื้อหาที่เรียนในสัปดาห์นี้แล้ว ยังมีการติวข้อสอบ เนื้อหาในการติวข้อสอบเพื่อนๆสามารถ ติดตามได้ที่ gmail ของเพื่อนๆ ทุกคนซึ่งอาจารย์ได้ทำการ Share ให้แล้ว ดังที่ได้กล่าวในชั่วโมงเรียน...
เนื้อหาสัปดาห์นี้ กล่าวถึง ความฉลาดทางธุรกิจ และระบบบริหารทรัพยากร ความรู้ E-Business
กระบวนการตัดสินใจ (Decision Making Process)
1.ต้อง ยอมรับปัญหาว่า อะไรคือปัญหา และสาเหตุของปัญหานั้นมาจากสาเหตุใด เช่น ยอดขายตก ซึ่งต้องมีความ ความฉลาดและ ค้นหาทางเลือกที่จะเฃแก้ไขปัญหานั้นๆ
2. มีการออกแบบ คิดค้นและพัฒนา แนวทางประกอบการพิจารณาตัดสินใจหลายทางเลือก ดูสภาพสิ่งแวดล้อมภายนอก เศรษฐกิจ คู่ค้า การตัดสินใจในสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ ผลของการตัดสินใจ จะใช้เป็นข้อมูลประกอบการพยากรณ์เรื่องต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี
3. คือ กระบวนการตัดสินใจ ที่ได้เลือกแนวทางปฏิบัติจากทางเลือกต่าง ๆ ในข้อ 2 เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ซึ่งจัดเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจหลังจากที่ได้ศึกษาแล้ว จึงเลือกที่ จะปฎิบัติ เพื่อให้เกิดผลประโยชน์ และเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับองค์กร
ขั้นตอนในการตัดสินใจ (Steps in Decision Making) แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน
1. ความฉลาด (Intelligence) - การรับข้อมูลหรือปัจจัยรอบด้าน มาประกอบสถานการณ์ในการตัดสินใจ
2. การออกแบบ (Design) - การคิดค้น วิเคราะห์หรือพัฒนา ถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดการตัดสินใจต่างๆขึ้น
3. การคัดเลือก (Choice) - การเลือกการตัดสินใจในการดำเนินงาน ที่คาดว่าจะมีประสิทธิภาพที่สุดมาใช้ในการดำเนินงาน
Business Intelligent System ---> ระบบธุรกิจอัจฉริยะ
- Online Analytical Processing
- OLAP
Systems Group Support systems also groupware --> ระบบสนับสนุนการทำงานกลุ่ม และ groupware
- ความร่วมมือต่างๆ
-กำหนดการประชุมเสมือนกำหนดการทำงานกลุ่ม
วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
สัปดาห์ที่ 13
สัปดาห์นี้ เนื้อหาเกี่ยวกับพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่ง ในปัจจุบันที่กำลัง Popular มากๆ เห็นจะหนีไม่พ้น E-Business ซึ่งเนื้อหาบทนี้กล่าวถึง
- การเปลี่ยนแปลงของกระบวการทางธุรกิจ
- การประมวลผลและการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายชั้นสูง
- ขั้นตอนต่างๆของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
Batch Processing
การส่งข้อมูลรวบรวมการขายที่บันทึกลงในแฟ้มข้อมูลทางธุรกิจที่เกิดขึ้น เพื่อส่ง Head Counter ภายในครั้งเดียว ในเวลาวันใดวันนึงหรือ งวดใดงวดนึง คือ การที่ พนักงานขายบันทึกรายการขาย หรือ Sale Item ลงนแฟ้มข้อมูล เพื่อจัดทำ ใบเสร็จ หรือ Sale Slipping ซึ่ง มี 2 ฉบับ ต้นฉบับให้ลูกค้า แล้วสำเนา ส่งไปยังพนักงาน คีย์ข้อมูลเพื่อ คีย์ข้อมูล ลง แฟ้มข้อมูล ใน Computer แล้วจงจัดทำ Report เพื่อรายงานผู้จัดการฝ่ายขายและ รายงานส่วนเกี่ยวข้องสินค้าคงคลัง เพื่อปรับปรุงยอดข้อมูลสินค้า
Online Real-time Processing
แตกต่างกับวิธี Batch Processing เพราะ Online Real-time Processing ต้องประมวลผลตามเวลาจริง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นโดย ผ่าน เครือข่าย โทรคมนาคม เช่น ตู้ ATM เมื่อมีการถอนเงินจากบัญชี ในเวลาใด การประมวลผลตัดยอดบัญชี และแสดงผลยอดคงเหลือ ต้องเกิดขึ้นในขณะเดียวกัน
ความหมายของ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce คือการประกอบธุรกรรมทางการค้าโดย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ร่วมค้าทั้งแบบธุรกิจสู่ธุรกิจ และแบบ ธุรกิจสู่ลูกค้า (business to business)
Electronic Document Managment (EDM)
เป็นการจัดเก็บเรียกใช้ข้อมูลการประมวลรายการทางธุรกิจ
มีประโยชน์ดังนี้
- ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลเก็บรักษาเอกสารกระดาษ
- เพิ่มผลผลิตของลูกค้า
- บุคคลาการสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้
- การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานให้เร็วขึ้น
Electronic Document Interchange (EDI)
เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจระหว่างคอมพิวเตอร์ในรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน
-โปรแกรมประยุกต์
-โปรแกรมรายการทางธุรกิจ
-เครือข่ายการสื่อสาร
E-Commerce
อินเตอร์เนต เป็นรูปแบบที่ใช้สูงสุด
-B2C และ B2B
-การประมูลผ่าน web และการแลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆ เสมือนกับตลาด
- XML ช่วยในการใช้ EDI
ประโยชน์ของการใช้ E-Commerce
- ตอบสนองความต้องการ ของลูกค้า
- เข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลก
- ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความถูกต้อง
- การเปลี่ยนแปลงของกระบวการทางธุรกิจ
- การประมวลผลและการสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายชั้นสูง
- ขั้นตอนต่างๆของธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
Batch Processing
การส่งข้อมูลรวบรวมการขายที่บันทึกลงในแฟ้มข้อมูลทางธุรกิจที่เกิดขึ้น เพื่อส่ง Head Counter ภายในครั้งเดียว ในเวลาวันใดวันนึงหรือ งวดใดงวดนึง คือ การที่ พนักงานขายบันทึกรายการขาย หรือ Sale Item ลงนแฟ้มข้อมูล เพื่อจัดทำ ใบเสร็จ หรือ Sale Slipping ซึ่ง มี 2 ฉบับ ต้นฉบับให้ลูกค้า แล้วสำเนา ส่งไปยังพนักงาน คีย์ข้อมูลเพื่อ คีย์ข้อมูล ลง แฟ้มข้อมูล ใน Computer แล้วจงจัดทำ Report เพื่อรายงานผู้จัดการฝ่ายขายและ รายงานส่วนเกี่ยวข้องสินค้าคงคลัง เพื่อปรับปรุงยอดข้อมูลสินค้า
Online Real-time Processing
แตกต่างกับวิธี Batch Processing เพราะ Online Real-time Processing ต้องประมวลผลตามเวลาจริง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นโดย ผ่าน เครือข่าย โทรคมนาคม เช่น ตู้ ATM เมื่อมีการถอนเงินจากบัญชี ในเวลาใด การประมวลผลตัดยอดบัญชี และแสดงผลยอดคงเหลือ ต้องเกิดขึ้นในขณะเดียวกัน
ความหมายของ การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
การพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Commerce คือการประกอบธุรกรรมทางการค้าโดย ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระหว่างผู้ร่วมค้าทั้งแบบธุรกิจสู่ธุรกิจ และแบบ ธุรกิจสู่ลูกค้า (business to business)
Electronic Document Managment (EDM)
เป็นการจัดเก็บเรียกใช้ข้อมูลการประมวลรายการทางธุรกิจ
มีประโยชน์ดังนี้
- ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลเก็บรักษาเอกสารกระดาษ
- เพิ่มผลผลิตของลูกค้า
- บุคคลาการสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมได้
- การเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานให้เร็วขึ้น
Electronic Document Interchange (EDI)
เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางธุรกิจระหว่างคอมพิวเตอร์ในรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน
-โปรแกรมประยุกต์
-โปรแกรมรายการทางธุรกิจ
-เครือข่ายการสื่อสาร
E-Commerce
อินเตอร์เนต เป็นรูปแบบที่ใช้สูงสุด
-B2C และ B2B
-การประมูลผ่าน web และการแลกเปลี่ยนสินค้าต่างๆ เสมือนกับตลาด
- XML ช่วยในการใช้ EDI
ประโยชน์ของการใช้ E-Commerce
- ตอบสนองความต้องการ ของลูกค้า
- เข้าถึงลูกค้าได้ทั่วโลก
- ลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มความถูกต้อง
วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
สัปดาห์ที่ 11-12
สัปดาห์ที่ 11-12 นี้
....แถลงการณ์จากอาจารย์ตอนต้นชั่วโมง วันที่ 6 พ.ย. 50....
เหลือเวลาอีก เพียง 3 สัปดาห์ ก่อนสอบปลายภาค อาจารย์จึงมีหมายกำหนดการ คร่าวๆ ดังนี้
วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน เรียนบทที่ 13
วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน เรียนบทที่ 14
วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน Present งาน เกี่ยวกับการทำ Blog
ที่ ใช้ Google Document ทำ PowerPoint นำเสนองาน เรื่องขั้นตอนและ รายละเอียด โดย Share ให้เพื่อนๆ ในกลุ่ม ต่างช่วยกัน สร้างสรรค์ และ ติชม
ในส่วน เนื้อหาที่เรียนในสัปดาห์ที่ 11-12 นี้
เป็นเรื่องของการควบคุมการผลิตและควบคุมพัสดุคงคลัง
เนื้อหากล่าวถึง
- ขั้นตอนในการผลิตสินค้า
- การผลิตอย่างทันเวลา
- เครื่องมือและเอกสารที่ใช้ในการผลิต
- การควบคุมค่าใช้จ่าย
- แผนภาพในการผลิต
- และการอธิบายแผนภายการเดินทางสายงานของข้อมูล
Dataflow Diagram ของระบบควบคุมการผลิต
ซึ่ง สามารถอธิบาย DFD Level 0 ได้ว่า
ขั้นตอนที่ 1.0 การออกแบบผลิตภัณฑ์และการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการผลิต
ระบบมอบหมายให้วิศวกรเป็นผู้ออกแบบการผลิตในกระบวนการนั้น วิศวกรจะต้องไปดึงข้อมูลมาจาก บิลวัตถุดิบ และปรับปรุงข้อมูลในแฟ้มข้อมูลด้วย จากนั้นเป็นเก็บขั้นตอนการทำงานในแฟ้มหลักขั้นตอนงาน และดึงข้อมูลจากพัสดุคงคลังมาใช้ในการผลิต
พร้อมทั้งปรับปรุงแฟ้มหลักหน่วยงานซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความสามารถสูงสุดของหน่วยงานหนึ่ง
ขั้นตอนที่ 2.0 จัดทำแผนการผลิตหลักสินค้าสำเร็จรูป (MPS)
ฝ่ายขายได้รับ Order ทางใบสั่งขาย จากลูกค้าในการผลิตแล้วส่งข้อมูลไปยังฝ่ายควบคุมพัสดุคงคลัง จากนั้น บันทึกข้อมูลกำหนดการดำเนินงานการวางแผนการทำงาน ลงในแฟ้ม MPS
ขั้นตอน 3.0 จัดทำแผนความต้องการวัตถุดิบ (MRP) ดึงข้อมูล
รายละเอียดวัตถุดิบ ในแฟ้มบิลวัตถุดิบ และแฟ้มพัสดุคงคลังว่ามีรายละเอียดและวัตถุดิบตามต้องการ ว่ามีหรือไม่ หากไม่มี วัตถุดิบจัดทำใบจัดซื้อเสนอฝ่ายจัดซื้อต่อไป รวมถึงดึงข้อมูลการวางแผนการผลิต จากแฟ้มข้อมูล MPS และบันทึกงานระหว่างทำ ลงในแฟ้มข้อมูลด้วย
ขั้นตอน 4.0 จัดทำแผนความต้องการทรัพยากร (MRP II)
ทำการดึงข้อมูลจากแฟ้มหลักขั้นตอนการทำงานรวมทั้ง กำหนดการการทำงาน (MPS) โดย ระบบมีการส่งข้อมูล MPS และMRP เข้าด้วยกัน โดยมีการปรับปรุงข้อมูลลงในใบขนย้ายและใบสั่งผลิตและระบบจะบันทึก วัตถุดิบเบิก / ส่งคืน
ขั้นตอนที่ 5.0 การบันทึกรายการเกี่ยวกับการผลิตซึางระบบต้อง บันทึกรายการวัตถุดิบ เบิก/ ส่งคืน และบันทึกเวลาที่พนักงานทำงานลงแฟ้มเวลาทำงานพนักงาน แล้วหลังจากผลิตสินค้าแล้วทำการส่ง วัตถุดิบไปยัง ฝ่ายควบคุมสินค้าสำเร็จรูป
....แถลงการณ์จากอาจารย์ตอนต้นชั่วโมง วันที่ 6 พ.ย. 50....
เหลือเวลาอีก เพียง 3 สัปดาห์ ก่อนสอบปลายภาค อาจารย์จึงมีหมายกำหนดการ คร่าวๆ ดังนี้
วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน เรียนบทที่ 13
วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน เรียนบทที่ 14
วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน Present งาน เกี่ยวกับการทำ Blog
ที่ ใช้ Google Document ทำ PowerPoint นำเสนองาน เรื่องขั้นตอนและ รายละเอียด โดย Share ให้เพื่อนๆ ในกลุ่ม ต่างช่วยกัน สร้างสรรค์ และ ติชม
ในส่วน เนื้อหาที่เรียนในสัปดาห์ที่ 11-12 นี้
เป็นเรื่องของการควบคุมการผลิตและควบคุมพัสดุคงคลัง
เนื้อหากล่าวถึง
- ขั้นตอนในการผลิตสินค้า
- การผลิตอย่างทันเวลา
- เครื่องมือและเอกสารที่ใช้ในการผลิต
- การควบคุมค่าใช้จ่าย
- แผนภาพในการผลิต
- และการอธิบายแผนภายการเดินทางสายงานของข้อมูล
Dataflow Diagram ของระบบควบคุมการผลิต
ซึ่ง สามารถอธิบาย DFD Level 0 ได้ว่า
ขั้นตอนที่ 1.0 การออกแบบผลิตภัณฑ์และการกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการผลิต
ระบบมอบหมายให้วิศวกรเป็นผู้ออกแบบการผลิตในกระบวนการนั้น วิศวกรจะต้องไปดึงข้อมูลมาจาก บิลวัตถุดิบ และปรับปรุงข้อมูลในแฟ้มข้อมูลด้วย จากนั้นเป็นเก็บขั้นตอนการทำงานในแฟ้มหลักขั้นตอนงาน และดึงข้อมูลจากพัสดุคงคลังมาใช้ในการผลิต
พร้อมทั้งปรับปรุงแฟ้มหลักหน่วยงานซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงความสามารถสูงสุดของหน่วยงานหนึ่ง
ขั้นตอนที่ 2.0 จัดทำแผนการผลิตหลักสินค้าสำเร็จรูป (MPS)
ฝ่ายขายได้รับ Order ทางใบสั่งขาย จากลูกค้าในการผลิตแล้วส่งข้อมูลไปยังฝ่ายควบคุมพัสดุคงคลัง จากนั้น บันทึกข้อมูลกำหนดการดำเนินงานการวางแผนการทำงาน ลงในแฟ้ม MPS
ขั้นตอน 3.0 จัดทำแผนความต้องการวัตถุดิบ (MRP) ดึงข้อมูล
รายละเอียดวัตถุดิบ ในแฟ้มบิลวัตถุดิบ และแฟ้มพัสดุคงคลังว่ามีรายละเอียดและวัตถุดิบตามต้องการ ว่ามีหรือไม่ หากไม่มี วัตถุดิบจัดทำใบจัดซื้อเสนอฝ่ายจัดซื้อต่อไป รวมถึงดึงข้อมูลการวางแผนการผลิต จากแฟ้มข้อมูล MPS และบันทึกงานระหว่างทำ ลงในแฟ้มข้อมูลด้วย
ขั้นตอน 4.0 จัดทำแผนความต้องการทรัพยากร (MRP II)
ทำการดึงข้อมูลจากแฟ้มหลักขั้นตอนการทำงานรวมทั้ง กำหนดการการทำงาน (MPS) โดย ระบบมีการส่งข้อมูล MPS และMRP เข้าด้วยกัน โดยมีการปรับปรุงข้อมูลลงในใบขนย้ายและใบสั่งผลิตและระบบจะบันทึก วัตถุดิบเบิก / ส่งคืน
ขั้นตอนที่ 5.0 การบันทึกรายการเกี่ยวกับการผลิตซึางระบบต้อง บันทึกรายการวัตถุดิบ เบิก/ ส่งคืน และบันทึกเวลาที่พนักงานทำงานลงแฟ้มเวลาทำงานพนักงาน แล้วหลังจากผลิตสินค้าแล้วทำการส่ง วัตถุดิบไปยัง ฝ่ายควบคุมสินค้าสำเร็จรูป
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)


